http://www.uklit08.com/wp-content/themes/BlueStation/images/logoimg.png

คลอโรฟิลล์…พลังแห่งสุขภาพ

คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์คุณค่ามหาศาลต่อมวลมนุษยชาติ

    172
      คลอโรฟิลล์ถือกำเหนิดขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้แต่ที่รู้แน่ๆเมื่อมีสิ่งมี ชีวิตเกิดขึ้นมาย่อมต้องมีคลอโรฟิลล์เกิดขึ้นด้วยอย่างแน่นอน เพราะอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันนี้ เป็นผลงานของคลอโรฟิลล์ทั้งสิ้น “โลกใบนี้หากขาดซึ่งคลอโรฟิลล์เสียแล้ว ย่อมไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่เลย” คลอโรฟิลล์มีอยู่ในพืชสีเขียวทุกชนิด ทำหน้าที่หลักคือ สังเคราะห์แสงเปลี่ยนพลังงานแสอาทิตย์ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแร่ธาตูต่างๆจากดินให้กลายเป็นสารอาหารสำหรับการเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งผลิตก๊าซออกซิเจน ให้สิ่งมีชีวิตได้หายใจ 
      นับตั้งแต่อดีตกาลมา พืชสีเขียวคืออาหารของพืชและสัตว์ สัตว์ที่ป่วย เช่น สุนัขและแมวจะไม่บริโภคอาหารชนิดอื่นนอกจากพืชสีเขียว อาการป่วยจะหายไปเองภายในวันสองวัน ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ยุโรป และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการเลี้ยงพวกปศุสัตว์ด้วยหญ้าสีเขียวที่เรียกว่า“อัล ฟัลฟ่า” ม้าที่ป่วยด้วยโรคผิวหนังมีบาดแผลเรื้อรังเน่าเหม็นรักษาไม่หาย เมื่อปล่อยให้เป็นอิสระก็จะเข้าไปในป่าหากินตามยถากรรม ปรากฎว่าม้าที่บริโภคหญ้าอัลฟัลฟ่าเป็นจำนวนมากหายจากการเจ็บป่วยได้ ทำให้มนุษย์เริ่มเรียนรู้จากสัตว์ ผู้ที่ป่วยรักษาไม่หายจึงทดลองรับประทานพืชผักสีเขียวมากๆจนสามารถรักษาความ เจ็บป่วยได้หลายชนิด พืชผักสีเขียวจึงถูกใช้เป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ

สนใจรายละเอียดข้อมูลในเรื่องของราคา การสั่งซื้อและจัดส่ง ของผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์100%คลิ๊กดูได้ที่ลิงค์นี้ http://chlorophyll100.weebly.com/
  ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาที่จะนำพืชผักสีเขียวมาใช้เป็นยารักษาโรค จนกระทั่งความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์จึงได้พบความลับของขบวนการทางเคมี เมื่อ ดร ริชาร์ด วิลสเตตเตอร์ จากประเทศออสเตรีย ได้วิจัยพบสูตรโครงสร้างทางเคมีของคลอโรฟิลล์ที่ประกอบด้วยแมกนีเซี่ยมหนึ่ง อะตอมตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกลุ่มของ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจนและไนโตรเจน ทำให้ ดร. ริชาร์ด วิลสเตตเตอร์ ได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ 1915 ต่อมาในปี ค.ศ 1930 ดร.ฮันซ์ ฟิชเช่อร์ ได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบสูตรโครงสร้างทางเคมีของฮีม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดของคลอโรฟิลล์และ ฮีโมโกลบินดังต่อไปนี้
     1. พืชสีเขียวไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เมื่อขาดคลอโรฟิลล์ และในทำนองเดียวกันมนุษย์ไม่อาจดำรงชีพต่อไปได้ถ้าขาดฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด แดง
     2. ฮีโมโกลบินทำหน้าที่รับเอาก๊าซออกซิเจนจากอากาศไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย แล้ว จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปสู่อากาศภายหลังจากการใช้แล้ว คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่รับเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศไปเลี้ยงเซลล์ โดยสร้างเป็นคาร์โบไฮเดรทและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกไปสู่อากาศ
     3. โครงสร้างทางเคมีของคลอโรฟิลล์และฮีม ( ฮีมิน ) ในฮีโมโกลบินเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นตรงกลางซึ่งคลอโรฟิลล์มี 1 อะตอมของธาตุแมกนีเซี่ยม ส่วนฮีโมโกลบินเป็น 1 อะตอมของธาตุเหล็ก

       ความคล้าคลึงกันอย่างมากในโครงส้างของคลอโรฟิลล์กับฮีโมโกลบิน ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้หาทางนำวิธีการใช้คลอโรฟิลล์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำประโยชน์ส่วนที่ดีที่สุดของคลอโรฟิลล์มาใช้บำรุงสุขภาพโดยเฉเพาะส่วน ที่เกี่ยวกับเลือด
      จะเห็นได้ว่าโดยพื้นฐานของสุขภาพ มนุษย์ควรจะบริโภคพืชสีเขียวมากๆ เพื่อนำคลอโรฟิลล์มาเสริมฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ดังคำที่กล่าวว่า เลือดพืชมีสีเขียว เลือดมนุษย์มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดจะต้องไม่มีพิษ คนจีนโบราณจึงกล่าวว่า”เลือดบริสุทธิ์อายุเกิน 100 ปี เลือดไม่บริสุทธิ์อายุสั้นและอยู่อย่างทุกข์ทรมาร..”
  การบริโภคพืชผักโดยตรง
    ถึงแม้เราจะบริโภคพืชผักเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน คลอโรฟิลล์เป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ และพบว่าคลอโรฟิลล์ที่มีในเซลล์พืชจะถูกปิดกั้นด้วยผนังเมนเบรนพิเศษหรือ ผนังหุ้มเซลล์ ซึ่งระบบการย่อยอาหารของร่างกายเราไม่สามารถบดย่อยเพื่อให้ได้สารคลอโรฟิลล์ เพียงพอกับความต้องการ และที่สำคัญร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสกัดคลอโรฟิลล์ออกจากเยื่อหุ้มเซลล์ของ คลอโรฟิลล์ได้ เนื่องจากมนุษย์ไม่มีเอนไซม์ ที่ชื่อว่าเซลล์ลูเลสดังที่มีในสัตว์หลายชนิด ที่เวลาเจ็บป่วยมักจะกินผักสดเพื่อรักษาตัวเอง เพราะสามารถสกัดคลอโรฟิลล์ได้เอง ดังนั้นผลิตภัณฑ์ ที่อ้างว่ามีส่วนผสมของคลอโรฟิลล์ไม่ว่าปริมาณเท่าใดก็ตาม หากไม่ผ่านกรรมวิธีการสกัดเอาเยื่อหุ้มเซลล์ออก ก็ไม่สามารถจะได้ประโยชน์อะไรจากคลอโรฟิลล์นั้นเลย
     คลอโรฟิลล์ราคาถูกในท้องตลาดส่วนมากจะเป็นคลอโรฟิลล์ผสมที่ยังไม่ได้สกัดเอา เยื่อหุ้มเซลล์ออก( เพราะในการสกัดเอาเยื่อหุ้มเซลล์ออกต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ) และยังเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายได้ในสารอินทรีย์บางชนิดและในน้ำมัน ไม่สามารถละลายน้ำได้ เมื่ิผสมกับน้ำทิ้งไว้ประมาณ 1-2ช.มก็จะเกิดการตกตะกอน ในทางการแพทย์พบว่า หากใช้มากเกินไปจะเกิดผลข้างเคียงอื่นๆ จึงต้องระมัดระวังในการใช้โดยเฉเพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์ โดยปกติแล้วไม่ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมชนิดใดก็ตาม เป็นที่ทราบกันในวงการแพทย์และเภสัชกรรมว่า สารที่อยู่ในรูปของการละลายในน้ำามันนั้นจะเกิดการตกตะกอนหรือจับนำเอาตะกอน ไปสะสมอยู่ที่ตับ ซึ่งเท่ากับเป็นการสะสมสารพิษและทำบายตับโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภค จะมีขบวนการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถอยู่ในรูปของการละลายน้ำได้ ร่างกายจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้หมดไม่เหลือตะกอนใดๆให้ไปทำลายตับ


     ทางการแพทย์ได้สกัดคลอโรฟิลล์มาใช้เป็นประโยชน์ได้ในระยะต้นของสงครามโลก ครั้งที่สอง ได้ผลิตคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์มาใช้ในวงการแพทย์ โดยอาศัยหลักการที่อะตอมของแมกนีเซี่ยมในคลอโรฟิลล์ซึ่งทำให้คลอโรฟิลล์ไม่ ละลายในน้ำ เมื่อทำปฎิกิริยาแทนที่ด้วยโลหะอินทรีย์คือ โซเดียมหรือทองแดงแล้งจะได้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ที่ละลายในน้ำได้ คลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำจะถูกดูดซึมได้ในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ในกรณีที่ร่างกายใช้ไม่หมด จะถูกขับทิ้งทางระบบขับถ่ายโดยไม่สะสมไว้ในร่างกาย แต่การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ทำได้ในวงจำกัดเพราะต้นทุนในการผลิตสูง แต่ในปัจจุบันนี้มีโรงงานที่ผลิตคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์100%อยู่เพียงสองแห่งใน โลกเท่านั้นอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและในประเทศไทยก็มีเพียงบริษัทเดียวที่ เป็นตัวแทนจำหน่าย
  ชนิดของคลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับ
     คลอโรฟิลล์ที่ทางการแพทย์ยอมรับคือคลอโรฟิลล์ที่บริสุทธิ์ต้องมีสารคลอโรฟิลล์อย่างน้อย95%
นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองจนในที่สุดพบว่า มันคือคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำ ซึ่งคลอโรฟิลล์โดยตัวของมันเอง ไม่ละลายน้ำ
     ด้วยขบวนการพิเศษทางเทคนิค15ขั้นตอนนี้ สามารถทำให้คลอโรฟิลล์ละลายในน้ำได้ ทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยคลอโรฟิลล์ชนิดที่ละลายในน้ำกันอย่างกว้างขวางและ มากมายเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ โดยเฉเพาะกลุ่มนักวิจัยส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยเทมเปิล ประเทศสหรัฐอเมริกา นำทีมโดยนายแพทย์ลอเรนซ์ สมิท ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญของคลอโรฟิลล์ชนิดละลายในน้ำดังนี้
     1.เป็นสารบริสุทธิ์ควรเลือกใช้ทางคลีนิค
     2.ผลของการใช้นุ่มนวลและไมามีอาการระคายเคือง
     3.จากการทดลองในมนุษย์และสัตว์ในวิธีการของแพทย์ รวมทั้งการฉีดเข้าใต้ผิวหนังและฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ไม่ปรากฎอาการของพิษใดๆ
     มีการทดลองฉีดคลอโรฟิลล์เข้าไปในหนู3,000มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัวหนู1กิโลกรัม ผลปรากฎว่าไม่มีอาการข้างเคียงแต่อย่างใด หนังสือบางเล่มรายงานว่าไม่มีขนาดสูงสุดที่ใช้กับมนุษย์แล้วจะเกิิดอันตราย การทดลองกับร่างกายมนุษย์ตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ แต่จากบันทึกในการใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เป็นอาหารเสริมรักษาโรค พบว่าผู้ป่วยที่รับประทานในปริมาณมากเท่าใด ก็ไม่ปรากฎว่ามีอาการข้างเคียง มีแต่เพียงอาการท้องเสียอย่างเบาบางในบางกรณีเท่านั้น 

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาคลิ๊กที่ลิงค์
http://chlorophyll100.weebly.com/
โทร0879753818 

http://www.uklit08.com/wp-content/themes/BlueStation/images/logoimg.png